วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

ข้อสอบบทที่3

1.  การหาอายุสัมบูรณ์ของหินหรือซากดึกดำบรรพ์ทางธรณีวิทยาใช้วิธีการใด
1.    วิธีการหาอายุทางกัมมันตรังสี
2.    ตรวจสอบเปรียบเทียบกับฟอสซิลอื่นๆ
3.    ตรวจสอบจากลำดับชั้นหินและความสัมพันธ์ของโครงสร้างทางธรณีวิทยา
4.    วิธีการทางรังสีเอกซ์
2.  ทดลองหยดกรดเกลือเจือจางลงบนหินชนิดหนึ่งแล้วจะเกิดฟองขึ้น  แสดงว่าเป็นหินชนิดใด
1.    หินทราย                                                                            2.    หินดินดาน
3.    หินปูน                                                                               4.    หินแกรนิต
3.  ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ของประเทศไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  พบในหินชนิดใด
1.    หินทราย                                                                            2.    หินปูน
3.    หินบะซอลต์                                                                     4.    หินดินดาน
4.  ปรากฏการณ์ใดที่สนับสนุน  “ทฤษฎีบิกแบง”
1.    การชนกันของดาวหางกับดาวเคราะห์                       2.    การขยายตัวของเอกภพ
3.    การเกิดลมสุริยะ                                                              4.    การยุบตัวของดาวฤกษ์
5.  หลังเกิดบิกแบงปริมาณอนุภาคกับปริมาณปฏิอนุภาคควรเป็นตามข้อใด  จึงเกิดกาแล็กซีและดาวต่าง ๆ
ขึ้นดังที่เป็นอยู่
1.    มีปริมาณเท่ากัน                                                               2.    อนุภาคมีปริมาณมากกว่า
3.    ปฏิอนุภาคมีปริมาณมากกว่า                                         4.    เป็นไปได้ทุกข้อ
6.  ในวิวัฒนาการของดาวฤกษ์  ช่วงเวลาในข้อใดเป็นช่วงเวลาที่สั้นที่สุด
1.    ดาวยักษ์แดง                                                                     2.    ดาวแคระขาว
3.    ดาวแคระดำ                                                                      4.    เนบิวลา7.  ปฏิกิริยาในข้อใดเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์
1.    ฟิวชัน                                                                                2.    ฟิชชัน
3.    ซูเปอร์โนวา                                                                      4.    ออโรรา
8.  ดาวฤกษ์ชนิดใดในข้อต่อไปนี้มีอุณหภูมิผิวสูงที่สุด
1.    ดาวที่มีสีแดง                                                                    2.    ดาวที่มีสีเหลือง
3.    ดาวที่มีสีน้ำเงิน                                                                4.    ดาวที่มีสีขาว
9.  ในระบบสุริยะ  แถบดาวเคราะห์น้อยอยู่ในบริเวณใด
1.    อยู่ระหว่างแถบดาวเคราะห์ชั้นในกับดาวเคราะห์ชั้นนอก
2.    อยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นในกับเขตของดาวหาง
3.    อยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นนอกกับเขตของดาวหาง
4.    อยู่แถบนอกสุดของระบบสุริยะ
10.  ข้อใดไม่ได้เกิดจากพายุสุริยะ
1.    การเกิดแสงเหนือแสงใต้                                               2.    วงจรอิเล็กทรอนิกส์บนดาวเทียมเสียหาย
3.    การเกิดฝนดาวตก                                                            4.    การติดต่อสื่อสารโดยวิทยุคลื่นสั้นขัดข้อง










เฉลย
1.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          การหาอายุสัมบูรณ์เป็นการคำนวณจากครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสีที่มีอยู่ในหินหรือซากดึกดำบรรพ์  จึงเป็นวิธีบอกอายุของหินหรือซากดึกดำบรรพ์ค่อนข้างแน่นอน
2.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล                          การหยดกรดเกลือ  (HCl)  เจือจางลงบนหินชนิดหนึ่งแล้วทำปฏิกิริยาเคมีเป็นฟองก๊าซ  แสดงว่าหินนั้นเป็นหินปูน  (CaCO3)  เนื่องจากสารละลายกรดทุกชนิดทำปฏิกิริยากับหินปูนจะเกิดฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
3.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  มีการขุดพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ในชั้นหินทราย  และหินทรายแป้ง  ซึ่งเป็นหินที่อยู่ในยุคของยุคไทรแอสลิกตอนปลาย  โดยมีอายุประมาณ  200 – 100  ล้านปีที่ผ่านมาแล้ว
4.  เฉลยข้อ   2
เหตุผล                          ปรากฏการณ์ที่สนับสนุน  “ทฤษฎีบิกแบง”  มีด้วยกัน  2  อย่าง  คือ
  1. การขายของเอกภพ  ซึ่งเป็นการศึกษาและค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน  ชื่อ  เอ็ดวิน  พี  ฮับเบิล
  2. อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพปัจจุบันลดลงเหลือ  2.73  องศาเคลวิน
5.  เฉลยข้อ   2
เหตุผล                          ขณะที่เกิดบิกแบง  จะมีเนื้อสารที่เกิดในลักษณะอนุภาคพื้นฐาน  คือ  ควาร์ก  อิเล็กตรอน  นิวทริโอ  และโฟตอน  ซึ่งเป็นพลังงาน  โดยขณะที่เกิดอนุภาคก็จะเกิดปฏิ-อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าตรงกันข้าม  หลังจากที่บิกแบงแล้วอนุภาคจะมีมากกว่าปฏิอนุภาค  นอกจากกลายเป็นพลังงานแล้วยังมีอนุภาคบางส่วนที่เหลือก่อกำเนิดเป็นสาร  ทำให้รวม ตัวเป็นกาแล็กซี่และดาวต่างๆ  ดังปัจจุบัน
6.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ที่มีอายุสั้นกว่า  คือ  ช่วงที่เป็นดาวยักษ์แดง  (Red  giant)  โดยเป็นช่วงที่ดาวฤกษ์เกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์หลอมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมครั้งใหม่  ทำให้ปล่อยพลังงานอย่างมหาศาลมีขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่า  ทำให้ผิวด้านนอกขยายตัว  อุณหภูมิพื้นที่ผิวลดลง  และเปลี่ยนเป็นสีแดง  ถือว่าเป็นช่วงที่ดาวฤกษ์ปล่อยพลังงานออกมาสูงมากจึงมีอายุสั้นๆ
7.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          ปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิดพลังงานมหาศาล  คือ  ปฏิกิริยาฟิวชั่น  โดยเกิดจากโปรตอนหรือนิวเคลียสของธาตุไฮโดรเจน  4  นิวเคลียสหลอมรวมเป็นนิวเคลียสของธาตุฮีเลียม  1  นิวเคลียส  และเกิดพลังงานอีกจำนวนมหาศาล
8.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล                          แสดงสีและอุณหภูมิของผิวดาวฤกษ์ชนิดต่างๆ

ชนิด
สีของดาว
อุณหภูมิผิว  (เคลวิน)
ตัวอย่างดาวฤกษ์
O
B
A
F
G
K
M


น้ำเงิน – ขาว
ขาวน้ำเงิน
ขาว
เหลือง – ขาว
เหลือง
ส้ม
ส้มแดง

35,000
25,000 – 12,000
10,000 – 8,000
7,500 – 6,000
6,000 – 4,200
5,000 – 3,000
3,200 – 3,000

ดาวเซตานายพรานในกลุ่มดาวนายพราน
ดาวอะเคอร์นาร์ในกลุ่มดาวกระดูกงูเรือ
ดาวหางหงส์ในกลุ่มดาวหงส์
ดาวโปรซิออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก
ดวงอาทิตย์
ดาวดวงแก้วในกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์
ดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง

9.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          ในระบบสุริยะแบ่งพื้นที่รอบดวงอาทิตย์  4  เขต  คือ
  1. เขตดาวเคราะห์ชั้นในหรือดาวเคราะห์หิน  ประกอบด้วยดาวพุธ  ,  โลก  และดาวอังคาร
  2. แถบดาวเคราะห์น้อย  ซึ่งโคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี
  3. เขตดาวเคราะห์ชั้นนอก  หรือเรียกว่าดาวเคราะห์ยักษ์  เพราะมีขนาดใหญ่ประกอบด้วย  ดาวพฤหัสบดี  ดาวเสาร์  ดาวยูเรนัส  และดาวเนปจูน
  4. เขตนอกสุด  คือ  ดาวหาง
10.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล                          พายุสุริยะเกิดจากอนุภาคของโปรตอนและอิเล็กตรอน ที่ถูกปลดปล่อยมาจากดวง อาทิตย์จำนวนมาก  มีผลทำให้เกิดแสงเหนือ – แสงใต้  การเกิดไฟฟ้าแรงสูงบริเวณขั้วโลก  การทำให้การสื่อสารวิทยุคลื่นสั้นถูกรบกวน  และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในดาวเทียมถูกทำลาย

ข้อสอบบทที่2

ข้อสอบบทที่2


1เทือกเขาหิมาลัย  เกิดจาปรากฏการณ์ทางธรณีภาคแบบใด
1.    การเกิดแผ่นดินไหว                    2.    การแยกตัวของแผ่นเปลือกโลก
3.    การชนกันของแผ่นเปลือกโลก                 4.    การระเบิดของภูเขาไฟ2
  หินชั้นหนึ่งมีการสะสมตัวเป็นชั้นๆ  ของหินทราย  หินกรวดมน  หินปูน  และหินดินดาน  ดังรูป
หินชนิดใดมีอายุมากที่สุด





1.    หินทราย
2.    หินกรวดมน
3.    หินปูน
4.    หินดินดาน


3.  ประเทศไทยจะได้รับผลจากแผ่นดินไหว  อันเนื่องมาจากการกระทบกันของแผ่นธรณีภาคคู่ใดมากที่สุด
1.    แผ่นยูเรเซียกับแผ่นแปซิฟิก
2.    แผ่นยูเรเซียกับแผ่นอินเดีย
3.    แผ่นแปซิฟิกกับแผ่นนาสกา


4.    แผ่นแอนตาร์กติกากับแผ่นออสเตรเลีย – อินเดีย4
.  ข้อใดคือสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว
1.    คลื่นสึนามิ                      2.    โลกหมุน
3.    น้ำขึ้น – น้ำลง                4.    การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
5.  ซากดึกดำบรรพ์ส่วนใหญ่จะพบอยู่ในหินชนิดใด
1.    หินแปร                                                2.    หินอัคนี
3.    หินชีสต์                                              4.    หินตะกอน
6.  ชั้น  “ฐานธรณีภาค”  อยู่ตรงส่วนใดของโครงสร้างโลก
1.    ชั้นเปลือกโลก                      2.    รอยต่อชั้นเปลือกโลกกับชั้นเนื้อโลก
3.    ชั้นเนื้อโลก                             4.    รอยต่อชั้นเนื้อโลกกับชั้นแก่นโลก
7.  พื้นที่ในข้อใดที่อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า  “วงแหวนแห่งไฟ”
1.    แนวรอยต่อภูเขาหิมาลัยในทวีปเอเชีย      2.    บริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก
3.    บริเวณขอบมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมด      4.    บริเวณรอยต่อภูเขาแอลป์ในทวีปยุโรป
8.  มาตราที่ใช้บอกความเสียหายเนื่องจากแผ่นดินไหวคือข้อใด
1.    ริกเตอร์                                                 2.    เมอร์คัลลี
3.    โมห์                                                           4.    เวนส์เวอร์ด
9.  บริเวณหุบเขาทรุดตัวตามแนวสันเขากลางมหาสมุทรมีการเคลื่อนตัวของขอบแผ่นธรณีภาค
ในลักษณะใดที่สำคัญ
1.    เคลื่อนตัวหนีห่างออกจากกัน                    2.    เคลื่อนตัวเข้าหากัน
3.    เคลื่อนตัวมุดลงไปใต้อีกแผ่น                     4.    เคลื่อนตัวเฉือนกัน

10การเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ส่วนใดของโครงสร้างโลก
  1.    ฐานธรณีภาค                                               2.    ธรณีภาค
3.    แก่นโลก                        4.    ชั้นของโครงสร้างโลกที่มีหินหลอมละลาย













เฉลย
1.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล                          เทือกเขาหิมาลัยเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก  แล้วอีกแผ่นหนึ่งมุดลงไปและอีกส่วนหนึ่งเกยกันอยู่  ทำให้เป็นเทือกเขาสูง  แนวยาว  เช่น  เทือกเขาหิมาลัย  เทือกเขาแอลป์
2.  เฉลยข้อ   4
เหตุผล                         
หินชั้น  หินตะกอนที่สะสมเป็นชั้นๆ  ตามรูป  หินที่อยู่ด้านล่างสุดมีอายุมากสุด  หินที่อยู่ด้านบนสุดมีอายุน้อยสุดเนื่องจากเพิ่งเกิดการทับถม
3.  เฉลยข้อ   2
เหตุผล                          ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว  เนื่องจากการกระทบกันหรือชนกันของแผ่นธรณีภาคยูเรเซียกับออสเตรเลีย – อินเดีย
4.  เฉลยข้อ   4
เหตุผล                          การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมีหลายแบบ  เช่น  เคลื่อนตัวเข้าหาชนกันและมุดลง  หรือบางแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวออกจาก  หรือบางแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่สวนกันแล้วผ่านกัน  ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนตัวแบบใดทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้
5.  เฉลยข้อ   4
เหตุผล                          ซากดึกดำบรรพ์  (Fossill)  ทั้งพืชและสัตว์ที่พบจะถูกทับถมและฝังตัวอยู่ในชั้นหินตะกอนต่างๆ  ขึ้นอยู่กับซากเหล่านั้นอยู่ในแหล่งของตะกอนอะไร  ก็จะถูกฝังตัวอยู่ในหินตะกอนชนิดนั้นจนกระทั่งขุดพบ
6.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล         
                                        ฐานธรณีภาคจะอยู่ลึกประมาณ  100 – 350  กิโลเมตร  จึงอยู่ในชั้นเนื้อโลก  (mantel)  ดังรูป       
7.  เฉลยข้อ   3
เหตุผล                          วงแหวนแห่งไฟ  (Ring  of  Fire)  จัดเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างรุนแรงและมากสุด  คิดเป็นร้อยละ  80  ของการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลก  ซึ่งเป็นแนวรอยต่อที่เกิดล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิก  เป็นบริเวณขอบมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมด
8.  เฉลยข้อ   2
เหตุผล                          มาตราที่ใช้บอกความเสียหายของแผ่นดินไหวที่นิยมมากสุด  คือ  มาตราเมอร์คัลลี
9.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          บริเวณหุบเขาทรุดตัวตามแนวสันเขากลางมหาสมุทร  เป็นการเคลื่อนตัวของขอบแผ่นธรณีภาคแยกตัวออกจากกัน
10.  เฉลยข้อ   1
เหตุผล                          ชั้นธรณีภาคอยู่ในชั้นเนื้อโลกที่ลึกลงไป  100 – 350  กิโลเมตรจากพื้นโลก  ซึ่งเป็นหินหลอมละลายร้อน  มีการหมุนวนตลอดเวลา  เป็นผลทำให้การเปลี่ยนแปลงและเกิดแผ่นดินไหวได้

ข้อสอบบทที่1

ข้อสอบบทที่1 เรื่องเเสงเหนือเเสงใต้



1.        ดาวเคราะห์ใดต่อไปนี้อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดวงอื่น

1.    ดาวพฤหัสบดี                                                                   2.    ดาวศุกร์

3.    ดาวเสาร์                                                                            4.    ดาวเนปจูน

2.ดาวพฤหัสบดีมีองค์ประกอบหลักเป็นอะไร

1.    เหล็ก                                                                                  2.    ไฮโดรเจนและฮีเลียม

3.    หิน                                                                                     4.    แอมโมเนีย

3..ตามวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์ในช่วงท้ายที่สุดจะเป็นอะไร

1.    ดาวแคระดำ                                                                      2.    ดาวแคระขาว

3.    หลุมดำ                                                                              4.    ดาวนิวตรอน

4.ตามหลักการจัดอันดับความสว่างของดาว  ดาวในข้อใดมีความสว่างมากที่สุด

1.    ดาว  A  มีอันดับความสว่าง  6                                     2.    ดาว  B  มีอันดับความสว่าง  1

3.    ดาว  C  มีอันดับความสว่าง  0                                     4.    ดาว  D  มีอันดับความสว่าง  -2

5.คำว่า  1  ปีแสง  หมายถึงอะไร

1.    ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทาง  1  ปี                         2.    ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก

3.    เวลาที่แสงเดินทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก                  4.    หน่วยของเวลาแบบหนึ่ง

6.สิ่งที่เกิดขึ้นกับดาวฤกษ์ทุกดวงเมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายเป็นตามข้อใด

1.    ความหนาแน่นเพิ่มขึ้น                                                  2.    การระเบิดซูเปอร์โนวา

3.    การกลายสภาพเป็นดาวนิวตรอน                                 4.    มวลสลายไปหมด

7.ดาวฤกษ์ในข้อใด  ที่มีอุณหภูมิของผิวดาวต่ำที่สุด

1.    มีแสงสีน้ำเงิน                                                                  2.    มีแสงสีแดง

3.    มีแสงสีเหลือง                                                                  4.    มีแสงสีส้ม

8.ดาวศุกร์เมื่อสว่างน้อยที่สุดมีความสว่าง  -3.5  ดาวซีรีอุสมีอันดับความสว่าง  -1.5  ดาวศุกร์มีความสว่างมากกว่าดาวซีรีอุสกี่เท่า

1.    2.5                                                                                      2.    3.0

3.    6.25                                                                                    4.    15.6

9.ในคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใส  เราสามารถมองเห็นแกแลกซีทางช้างเผือกซึ่งพาดผ่านเป็นแถบยาวขนาดความกว้าง  15  องศา  ถ้าต้องการประมาณเวลาที่แสงจากดาวที่ขอบข้างหนึ่งของทางช้างเผือกไปถึงอีกข้างหนึ่ง  ต้องใช้ข้อมูลจากข้อใดต่อไปนี้

1.    ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงดาวที่ขอบนั้น                  2.    ความสว่างของดาวที่ขอบ

3.    อัตราการหมุนของแกแลกซี                                          4.    ดัชนีหักเหของแสงในอวกาศ

10.  ความพรุนของหินที่เกิดขึ้นภายหลังภูเขาไฟระเบิดขึ้นอยู่กับปัจจัยใด

1.    รูปร่างและความสูงของภูเขาไฟ                                  2.    ตำแหน่งของรอยแยกบนพื้น

3.    อัตราการเย็นตัวของลาวา                                               4.    องค์ประกอบทางเคมีของแมกมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลย

1.    เฉลยข้อ   2

เหตุผล              ดาวเคราะห์วงในมี  4  ดวง  คือ  ดาวพุธ  ดาวศุกร์  โลก  และ ดาวอังคาร  ส่วนดาวเคราะห์วงนอกมี  4  ดวง  คือ  ดาวพฤหัสบดี  ,  ดาวเสาร์  ,  ดาวยูเรนัส  และดาวเนปจูน  ดังนั้นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากสุดจะเรียงจากดาวเคราะห์  คือ  ดาวพุธ  และดาวศุกร์  ตามลำดับ  แต่ในข้อสอบไม่มีดาวพุธ

2.    เฉลยข้อ   2

เหตุผล                          ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ชั้นนอก  หรือดาวเคราะห์ยักษ์  เนื่องจากมีขนาดใหญ่  องค์ประกอบหลักเป็นไฮโดรเจน  และฮีเลียม  มีสภาพแวดล้อมเย็นกว่า

3.    เฉลยข้อ   1

เหตุผล                          วิวัฒนาการของดวงอาทิตย์ซึ่งถือว่าเป็นดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย  จะเกิดแรงโน้มถ่วงเนื่องจากมวลดวงอาทิตย์สูงกว่าแรงดัน  เพราะธาตุไฮโดรเจนเหลือน้อยส่งผลให้แกนกลางมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเดิม  100  ล้านองศาเคลวิน  และทำให้ดวงอาทิตย์ขยายใหญ่ขึ้นกว่า เดิมเป็น  100  เท่า  ผิวด้านนอกขยายตัวอุณหภูมิลดลง  สีจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดงขนาดใหญ่  เรียกว่า  ดาวยักษ์แดง  และค่อยๆ  เป็นดาวแคระขาว  เพราะอุณหภูมิและความดันภายในลดลง  จนช่วงสุดท้ายกลายเป็นดาวแคระดำ

4.    เฉลยข้อ   4

เหตุผล                          การจัดอันดับค่าความสว่างของดาว  ถ้าอันดับความสว่าง  6  เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างริบหรี่ที่สุด  ส่วนอันดับความสว่าง  1  และ  0  จะสว่างมากกว่าอันดับความสว่าง  6  ส่วนอันดับความสว่างเป็นลบ  (-)  จะยิ่งมีความสว่างมากขึ้น  เช่น  อันดับความสว่าง  -2  ก็คือดาวพฤหัสบดีสว่างมาก

5.    เฉลยข้อ   1

เหตุผล                          1  ปีแสง  หมายถึง  ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทางเป็นเวลา  1  ปี  หรือมีค่าเท่ากับ  9.5  ล้านล้านกิโลเมตร

6.    เฉลยข้อ   3

เหตุผล                          วาระสุดท้ายของดาวฤกษ์ที่มีมวลมากๆ  จะกลายเป็นหลุมดำ

                                        วาระสุดท้ายของดาวฤกษ์ที่มีมวลปานกลาง  จะกลายเป็นดาวนิวตรอน

วาระสุดท้ายของดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย  จะกลายเป็นดาวแคระดำ

 

7.    เฉลยข้อ   4

เหตุผล                          แสดงสีและอุณหภูมิของดาวฤกษ์ชนิดต่าง

 

ชนิด
สีของดาว
อุณหภูมิผิว  (เคลวิน)
ตัวอย่างดาวฤกษ์
O
B
A
F
G
K
M
 
น้ำเงิน – ขาว
ขาวน้ำเงิน
ขาว
เหลือง – ขาว
เหลือง
ส้ม
ส้มแดง
 
35,000
25,000 – 12,000
10,000 – 8,000
7,500 – 6,000
6,000 – 4,200
5,000 – 3,000
3,200 – 3,000
 
ดาวเซตานายพรานในกลุ่มดาวนายพราน
ดาวอะเคอร์นาร์ในกลุ่มดาวกระดูกงูเรือ
ดาวหางหงส์ในกลุ่มดาวหงส์
ดาวโปรซิออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก
ดวงอาทิตย์
ดาวดวงแก้วในกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์
ดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง

 

8.    เฉลยข้อ   3

เหตุผล                          ดาวศุกร์มีอันดับความสว่าง  -3.5  ดาวซีรีอุสอันดับความสว่าง  -1.5

                                        ดังนั้น  ดาวทั้งสองมีอันดับความสว่างต่างกัน     =     (-3.5)  –  (-1.5)

=     2

อันดับค่าความสว่างต่างกัน  1  ค่าความสว่างต่างกัน       =     (2.5)1   เท่า

=     (2.5)2     เท่า

=     6.25        เท่า

9.    เฉลยข้อ   1   

เหตุผล                          ระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง  และดวงอาทิตย์อยู่ห่างจุดกึ่งกลางของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก  30,000  ปีแสง  จึงทำให้รู้ระยะทางขอบข้างหนึ่งของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกไปยังขอบข้างหนึ่งได้  จึงสามารถประมาณเวลาที่แสงจากดาวที่ขอบข้างหนึ่งของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกไปถึงอีกข้างหนึ่งได้

10.  เฉลยข้อ   3

เหตุผล                          ความพรุนของหินที่เกิดขึ้นหลังภูเขาไฟระเบิด  เกิดเนื่องจากการเย็นตัวและการแข็ง ตัวอย่างรวดเร็วของลาวา  ทำให้เต็มไปด้วยฟองก๊าซ  จึงมีน้ำหนักเบาจนบางชนิดสามารถลอยน้ำได้

 

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล

 เรื่องของจักรวาลและอวกาศเป็นเรื่องกว้างใหญ่และไกลตัว แต่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกลดังเช่นปัจจุบันนี้สามารถย่อโลกทั้งใบให้คนเรามาอยู่ใกล้กันได้แล้ว ดังนั้น เรื่องราวของนอกโลกก็เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นหาวิธีทางไปจักรวาลและอวกาศได้สำเร็จ ได้สำรวจและนำข้อมูลมาพัฒนาวิธีการเดินทางไปนอกโลกให้เป็นเรื่องไม่ยากเย็นอีกต่อไป แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรื่องที่เราสามารถทำได้ตอนนี้คือ ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาลเบื้องต้นก่อนเช่นว่า ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีกี่ดวง และมีความสัมพันธ์อย่างไรกับโลกที่เราอาศัยอยู่ ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามรายละเอียดกันเลยค่ะ

          โดยในระบบสุริยจักรวาลของเรานั้น มีดาวฤกษ์ซึ่งมีแสงสว่างในตัวเองเพียงแค่ดวงเดียวซึ่งก็คือดวงอาทิตย์ ในขณะที่มีดาวที่ถูกจัดชั้นเป็นดาวเคราะห์อยู่ทั้งสิ้น 8 ดวง โดยแต่เดิมมี 9 ดวง เรียกว่า กลุ่มดาวนพเคราะห์–นพ แปลว่า เก้า แต่ล่าสุดมีการจัดอันดับใหม่ให้ดาวพลูโตถูกลดชั้นจากดาวเคราะห์มาเป็นดาวเคราะห์แคระ ซึ่งไม่นับรวมกับดวงจันทร์บริวาร ที่ไม่นับรวมเป็นดาวเคราะห์ 


ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ทั้ง 8 ประกอบไปด้วย


ดาวพุธ (Mercury)

ดาวพุธ (Mercury)

          ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ไม่มีดาวบริวาร และเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ และด้วยความที่มันเป็นดาวที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4,878 กิโลเมตร) จึงทำให้มันไม่สามารถสร้างสนามโน้มถ่วงที่มีพลังมากพอที่จะดึงดูดและกักเก็บ บรรยากาศได้ ดาวพุธจึงมีแรงโน้มถ่วงน้อยมาก และไม่มีบรรยากาศ ทำให้วัตถุอวกาศพุ่งชนได้ง่าย พื้นผิวดาวจึงขรุขระจากการพุ่งชนเหล่านั้น

          ดาวพุธใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 88 วัน แต่กลับหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลาถึง 180 วันเลยทีเดียว นั่นหมายความว่า ดาวพุธจะมีด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ยาวนานมาก เช่นเดียวกับด้านที่หันออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์  ดังนั้น เมื่อมีด้านที่ดาวพุธหันเข้าหาดวงอาทิตย์ยาวนาน ประกอบกับไม่มีชั้นบรรยากาศ จึงทำให้พื้นผิวดาวร้อนมาก ส่วนด้านที่หันทิศตรงข้ามดวงอาทิตย์ ก็เย็นมากเช่นกัน ดาวพุธจึงได้รับฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง 

          ทั้งนี้ ดาวพุธมักปรากฏใกล้ หรืออยู่ภายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์ ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก แต่ก็พอมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในเวลาพลบค่ำ



ดาวศุกร์ (Venus)
 
 ดาวศุกร์ (Venus)

          ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ไม่มีดวงจันทร์เป็นดาวบริวาร มีขนาดเล็กกว่าแต่ก็ใกล้เคียงกับโลกมาก จนได้ชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับโลก เราสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ด้วยตาเปล่า โดยสามารถมองเห็นได้ทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันตกในเวลาใกล้ค่ำ เราเรียกว่า ดาวประจำเมือง (Evening Star) ส่วนช่วงเช้ามืดปรากฏให้เห็นทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเรียกว่า ดาวรุ่ง (Morning Star) เรามักสังเกตเห็นดาวศุกร์มีแสงส่องสว่างมากเนื่องจาก ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศที่ประกอบไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีผลทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้น 

          ดาวศุกร์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,104 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 224 วัน และมีทิศทางการหมุนที่ไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ คือในขณะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นหมุน ทวนเข็มนาฬิกา ดาวศุกร์กลับหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนชั้นบรรยากาศบนดาวนั้น ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซต์ถึง 97% ทำให้ดาวศุกร์ร้อนมาก อุณหภูมิสูงเฉียด 500 องศาเซลเซียส และสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี จึงสุกสว่างเมื่อมองเห็น



โลก (Earth)

 โลก (Earth)

          โลก เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องจากมีชั้นบรรยากาศและมีระยะห่าง จากดวงอาทิตย์ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต นักดาราศาสตร์อธิบายเกี่ยวกับการเกิดโลกว่า โลกเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มก๊าซ และมีการเคลื่อนที่สลับซับซ้อนมาก แต่มีพื้นผิวเป็นหินเช่นเดียวกับ ดาวเคราะห์ชั้นในดวงอื่น ๆ ทั้งนี้ โลกมีดวงจันทร์เป็นบริวาร โคจรอยู่รอบโลกเพียงดวงเดียว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3,476 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางโลก และโคจรอยู่ห่างจากโลกโดยเฉลี่ยประมาณ 384,400 กิโลเมตร และโคจรรอบโลกในระยะเวลาประมาณ 29.5 วัน เป็นดวงจันทร์เป็นดาวดวงเดียวที่มนุษย์เดินทางไปสำรวจ โดยการนำตัวอย่างดินและหินจากดวงจันทร์กลับมาตรวจวิเคราะห์บนโลก



ดาวอังคาร (Mars)

 ดาวอังคาร (Mars)

          ดาวอังคาร มีขนาดเล็กกว่าโลก เส้นผ่านศูนย์กลางราว 6,794  กิโลเมตร พื้นผิวดาวอังคารมีปรากฏการณ์เมฆและพายุฝุ่นเสมอ เป็นที่น่าสนใจในการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีลักษณะและองค์ประกอบ ที่ใกล้เคียงกับโลก เช่น มีระยะเวลาในการหมุนรอบตัวเอง 1 วัน เท่ากับ 24.6 ชั่วโมง และระยะเวลาใน 1 ปี เมื่อเทียบกับโลกเท่ากับ 1.9 มีการเอียงของแกน 25 องศา ดาวอังคารมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 2 ดวง และมีอุณหภูมิพื้นผิวค่อนข้างเย็น อยู่ที่ประมาณ -65 องศาเซลเซียส

          ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างการศึกษาดาวอังคารอย่างละเอียด โดยการส่งยานคิวริออสซิตี้ขึ้นไปศึกษาสภาพบนดาว เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการเป็นโลกใบที่สอง และนั่นอาจเป็นข่าวดีสำหรับมวลมนุษยชาติ



ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) 

 ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)

          ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่าโลก 11 เท่า หมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 9.8 ชั่วโมง ซึ่งเร็วที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหลาย และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 12 ปี นักดาราศาสตร์อธิบายว่า ดาวพฤหัสเป็นกลุ่มก้อนก๊าซหรือของเหลวขนาดใหญ่ ที่ไม่มีส่วนที่เป็นของแข็งเหมือนโลก และเป็นดาวเคราะห์ที่มีดาวบริวารมากถึง 67 ดวง



ดาวเสาร์ (Saturn)
 
 ดาวเสาร์ (Saturn)

          ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นดาวที่ประกอบไปด้วยก๊าซและ ของเหลวสีค่อนข้างเหลือง หมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 10.2 ชั่วโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 29 ปี ลักษณะเด่นของดาวเสาร์ คือ มีวงแหวนล้อมรอบ ซึ่งวงแหวนดังกล่าวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ หลายชนิดรวมกัน และดาวเสาร์มีวงแหวนถึง 3 ชั้น นอกจากนี้ ดาวเสาร์ยังมีดาวบริวาร 62 ดวง หนึ่งในนั้นคือดวงจันทร์ไททัน (Titan) ซึ่งถือว่าเป็นดวงจันทร์ที่แปลกที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล เพราะเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีบรรยากาศ และนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ดวงจันทร์ดวงนี้มีสภาพเหมือนโลกยุคแรก ๆ หากดวงอาทิตย์ร้อนขึ้นเมื่อไร น้ำแข็งบนดวงจันทร์จะละลาย และมีวิวัฒนาการคล้ายกันกับโลกเลยทีเดียว



ดาวยูเรนัส (Uranus) 

 ดาวยูเรนัส (Uranus)

          ดาวยูเรนัส หรือดาวมฤตยู เป็นดาวเคราะห์แก๊สขนาดใหญ่ มีดวงจันทร์บริวาร 27 ดวง หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 16.8 ชั่วโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลานานถึง 84 ปี ดาวยูเรนัสประกอบด้วยก๊าซและของเหลว เช่นเดียวกับดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ทั้งนี้ ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ใหญ่เป็น ที่ 3 รองจากดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ โคจรห่างจากดวงอาทิตย์โดยเฉลี่ย 2,871 ล้านกิโลเมตร ทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก แต่เมื่อใช้กล้องโทรทัศน์ และรู้ตำแหน่งแน่ชัด ก็จะสามารถเห็นได้ในคืนฟ้าใสกระจ่าง



 ดาวเนปจูน (Neptune)

 ดาวเนปจูน (Neptune)

          ดาวเนปจูน หรือดาวเกตุ เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่เป็นที่ 4 ในระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 50,000 กิโลเมตร จุโลกได้ถึง 60 ดวง ระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 4,504 ล้านกิโลเมตร  หมุนรอบตัวเองครบรอบในเวลา 16 ชั่วโมงอยู่ไกลจากโลกมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะเห็นเป็นจุดริบหรี่ได้ สิ่งที่มนุษย์รู้เกี่ยวกับดาวเนปจูน ในทุกวันนี้ จึงเป็นข้อมูลที่ได้มาจากยาน วอยเอเจอร์ 2 ซึ่งโคจรสำรวจดาวเนปจูน ระยะใกล้ เมื่อ พ.ศ. 2532
ที่มาจาก:http://hilight.kapook.com/view/84529